เมื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด ให้ใช้ Present Continuous ซึ่งเราอาจเพิ่ม adverb of time (now, just now, right now, etc.) เพื่อบอกรายละเอียดของเวลาที่การกระทำนั้นเกิดได้อีกด้วย เช่น
- The children are just having breakfast.
เด็กๆ กำลังทานอาหารเช้ากันอยู่พอดีเลย - He is listening to the radio right now.
เขากำลังฟังวิทยุอยู่ในตอนนี้ - Please don't make so much noise. I'm studying.
กรุณาอย่าส่งเสียงดัง ฉันกำลังลังอ่านหนังสืออยู่ - "Where is Nitty?" "She's taking a bath."
"นิตตี้อยู่ไหน?" "หล่อนกำลังอาบน้ำอยู่" - Let's go out now. It isn't raining any more
ออกไปข้างนอกกันเถอะ ฝนหยุดตกแล้ว (ในขณะนี้ฝนไม่ตก)
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าเป็นการกระทำที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็ให้ใช้ Present Continuous
ลองดูตารางต่อไปนี้
ชนิดของการกระทำ | ตัวอย่างประโยค | คำอธิบาย |
การกระทำที่เกิดในขณะที่พูด | John is winning the game. | จอห์นกำลังชนะเกมส์นี้ |
It's raining outside. | ฝนกำลังตกอยู่ข้างนอก | |
Soraya's working in the library. | โซราย่ากำลังทำงานอยู่ในห้องสมุด | |
Sihol is spending Christmas with his family. | ซิฮอลกำลังใช้เวลาในช่วงวันคริสมาสกับพ่อแม่ | |
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย | Lora lives in | ลอร่าอาศัยอยู่ในรัฐฟลอริด้า |
Jean-Paul has red hair. | ณองปอลมีผมสีแดง | |
Martin likes chocolate. | มาตินชอบช็อกโกแล็ต | |
Anna believes in God. | แอนน่าเชื่อในพระเจ้า |
หมายเหตุ Present Continuous ยังสามารถใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคตได้อีกด้วย
การทำกริยาให้อยู่ในรูป Present ContinuousTense |
ในหน้านี้ครูสอนการทำกริยาให้อยู่ในรูป Present Continuous Tense ทั้งเมื่อเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฎิเสธ
รูปกริยาใน Present Continuous Tense ประกอบด้วย กริยา BE (ใน present tense เช่น is, am, are) และกริยาที่เติม -ing ตัวอย่างต่อไปนี้ ครูจะใช้กริยา sing เป็นตัวอย่างในการสร้างรูปกริยาใน Present Continuous Tense
ประธาน | กริยา BE | กริยาเติม -ing |
I | am | singing |
You | are | singing |
He | is | singing |
She | is | singing |
It | is | singing |
We | are | singing |
They | are | singing |
วิธีการเติม -ing
โดยทั่วไปเราสามารถเติม -ing ต่อท้ายกริยาได้ทันที แต่ในบางกรณีเราอาจต้องเปลี่ยนแปลงกริยาตั้งต้นก่อนที่จะเติม -ing ลงไปได้ เช่น
กริยาลงท้ายด้วย... | วิธีการเติม -ing | ตัวอย่าง |
หน้าพยัญชนะท้ายมีสระ 1 ตัว | ใส่พยัญชนะท้ายเพิ่มไปอีกหนึ่งตัวแล้วเติม -ing | swim - swimming |
หน้าพยัญชนะท้ายมีสระหนึ่งตัวและลงท้ายตัว E | ตัด E ออกแล้วเติม -ing | come - coming |
คำอื่นๆ | เติม -ing | say - saying |
ประโยคปฎิเสธใน Present Continuous Tense ทำได้ด้วยการเติม not หรือ n't หลังกริยา BE
ประโยคบอกเล่า | ประโยคปฏิเสธ | ปฏิเสธแบบลดรูป |
I am eating. | I am not eating. | I'm not eating. |
You are working. | You are not working. | You aren't working. |
He is driving. | He is not driving. | He isn't driving. |
She is teaching. | She is not teaching. | She isn't teaching. |
It is raining. | It is not raining. | It isn't raining. |
We are reading. | We are not reading. | We aren't reading. |
They are writing. | They are not writing. | They aren't writing. |
ประโยคคำถามในภาษาอังกฤษมี 2 แบบ ได้แก่ การตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบว่า ใช่หรือไม่ (yes/no question) และการตั้งคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจาะจงว่าใคร(who), อะไร(what), เมื่อไหร่(when), ที่ไหน(where), ทำไม(why) และ อย่างไร (how) โดยคำถามประเภทนี้มักขึ้นตั้นคำบอกคำถามด้วย wh- เราจึงเรียกว่าคำถามประเภทนี้ว่า Wh- question
การสร้างประโยคคำถามเพื่อคำตอบว่า ใช่หรือไม่ใช่ (Yes/No question) ใน Present Continuous Tenseย้ายกริยา BE ไปไว้หน้าประโยค
การสร้างประโยคคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจาะจง (Wh-question) ใน Present Continuous Tense ย้ายกริยา Be ไปไว้หน้าประโยค แล้วเติมคำแสดงคำถามลงไป
ประโยบอกเล่า | ประโยคคำถาม แบบให้ตอบว่า ใช่/ไม่ใช่ | ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh- |
I am eating. | Am I eating? | What am I eating? |
You are crying. | Are you crying? | Why are you crying? |
He is going. | Is he going? | Where is he going? |
She is arriving. | Is she arriving? | When is she arriving? |
It is sleeping. | Is it sleeping? | Why is it sleeping? |
We are leaving. | Are we leaving? | When are we leaving? |
They are fighting. | Are they fighting? | Why are they fighting? |
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ใส่คำบอกคำถามไว้ข้างหน้าประโยคคำถามแบบ Yes/No โดยให้คิดว่า ถ้าเราไม่ใส่คำบอกคำถามให้แน่นอนลงไป ผู้ตอบก็จะตอบแค่ ใช่หรือไม่ใช่ แต่ถ้าเราใส่คำบอกคำถาม เช่น ใคร(who), อะไร(what), เมื่อไหร่(when), ที่ไหน(where), ทำไม(why) และ อย่างไร (how) ไว้แล้ว ผู้ตอบจะต้องตอบให้ตรงกับคำบอกคำถาม ดังนั้นความแตกต่างเรื่องการสร้างประโยคคำถามทั้งสองแบบนี้อยู่ที่ แบบหนึ่งไม่มีคำบอกคำถาม ในขณะที่อีกแบบหนึ่งมีคำบอกคำถาม